สวัสดีค่ะ newsletter ฉบับนี้ขอเชิญพบกับเรื่องราวของบางกอกแซดเดิลคลับ ที่เราได้รับเกียรติจากพี่แอ๋ม
นักข่าวสาวสวยจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจมาถ่ายทอดเรื่องราวของคลับของเราให้ทุกๆคนได้รู้จัก
โดยเราได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 5-8 เมษายน 2550

วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3885 (3085)
Bangkok Saddle Club คลับนี้เพื่อเด็กรักม้า
วิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด คือ การที่ทำให้เด็กอยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนซี้ 4 ขา อย่าง "ม้า" ที่ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง หากม้ายังให้อะไรกับหนูๆ ได้มากกว่าที่คิด
ข้อนี้ถูกพิสูจน์อยู่ในโรงเรียนสอนขี่ม้าเล็กๆ ที่ลำลูกกา 23 ที่ชื่อว่า "Bangkok Saddle Club"
โรงเรียนนี้เกิดจากความแน่วแน่ในความรักม้าของ "ครูแม้ว"-นิธิพร ฤทธิ์อุยานนท์ ครูตัวน้อย ที่หลงรักเจ้าสัตว์ 4 ขานี้มาตั้งแต่ 13 หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว ที่ครูแม้วได้เดินตามฝันที่อยากจะมีโรงเรียนขี่ม้าเป็นของตัวเอง
จากความรู้ที่กองพันทหารม้าที่ 29 สู่การเป็นครูสอนขี่ม้าที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ทำให้เธอมั่นใจมากยิ่งขึ้นที่จะสานรอยฝันให้ลุล่วง ครูแม้วมุ่งหน้าบินไปออสเตรเลียเพื่อเรียนการขี่ม้า และเรียน การสอนขี่ม้าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก่อนที่จะมาเปิดโรงเรียนสอนขี่ม้าของตัวเองแห่งนี้
ความรู้สึกนี้ไม่ได้ต่างจาก "โอ๋"-สิทธิพรพรรณ ศิริรัตยพฤกษ์ ครูสาวหุ่นสวยที่ได้สัมผัสกับม้ามาตั้งแต่ครั้งที่เรียนอยู่ที่อเมริกา
จากความตื่นเต้นปนความกลัวก็หายไปปลิดทิ้งทันทีที่ได้ขึ้นไปอยู่บนหลังมา นี่เองจึงเป็นที่มาที่ทำให้เธอเลือกที่จะเรียนการขี่ม้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ก่อนที่ได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นครูขี่ม้าเช่นทุกวันนี้ ทั้งสองยอมรับว่า กีฬานี้มากมายไปด้วยเสน่ห์
จากการที่ต้องสื่อสาร ต้องทำงานกับสิ่งมีชีวิต ต้องเรียนรู้ต่อกันระหว่างคนกับม้า ต้องสื่อสารโดยใช้ความรู้สึกที่ไม่ใช่การใช้คำพูด
"กีฬาขี่ม้าต่างจากกีฬาอื่นๆ ตรงที่เราต้องทำงานร่วมกับสัตว์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชีวิต มีความรู้สึก มีอารมณ์ มีทั้งวันที่ดี ไม่ดีเหมือนๆ กับคนเรา นี่เป็นเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้" ครูโอ๋กล่าว
การซึมซับอารมณ์ระหว่างคนกับม้านี่เองที่สร้างให้เกิดอะไรขึ้นหลายต่อหลายอย่าง
"ขี่ม้ามีอะไรให้เรียนรู้มาก ทั้งเรื่องของม้า การขี่ม้า ต้องมีสมาธิ ต้องสื่อสารกับม้าให้ได้ การขี่ม้ายังสอนให้เรารักสัตว์ และมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย" ครูแม้วเล่า
จากประสบการณ์ ครูแม้วและครูโอ๋จึงคิดที่จะนำข้อดีที่ตัวเองได้ประจักษ์เหล่านี้ถ่ายทอดให้เด็กๆ รับรู้โดยมีม้าเป็นเครื่องมือสื่อสารตัวสำคัญ
พิเศษไปกว่านั้น นอกจากน้องๆ ที่รักการขี่ม้าแล้ว ที่นี่ยังเปิดกว้างต้อนรับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสมอง อีกด้วย
"เราพบว่า การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนและม้าเป็นการบำบัดชนิดหนึ่ง การขี่ม้าจะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาด้านการสื่อสาร สมาธิและกล้ามเนื้อต่างๆ ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่าเด็กบางคนเป็นเด็กสมาธิสั้น แต่เมื่ออยู่บนหลังม้าแล้วเขาจะนิ่งขึ้น มีพัฒนาการในการตอบสนองกับคนรอบข้างมากขึ้น"
เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขึ้นและลงม้า การนั่งม้าอย่างถูกวิธี การสั่งให้ม้าเดินและหยุด ฯลฯ รู้จักกับม้า ดูแลม้า ทั้งอาบน้ำ แปรงขนม้า การใส่อานม้าโดยมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด
"เราให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก ม้าที่ใช้ขี่เรามีอยู่ 7 ตัว ก็ถูกฝึกมา และเราก็มาสอนเพิ่มเติมอีกระดับหนึ่ง ส่วนสนามเราก็ใช้บริเวณไม่ใหญ่มากและมีหลังคาป้องกันความร้อนให้กับทั้งคนและม้าด้วย"
Bangkok Saddle Club ยังมีคอกแปรม้า, ที่อาบน้ำม้า, ชั้นลอยสำหรับดูม้า, ห้องเก็บอุปกรณ์, ห้องเรียน, ห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับม้าและการขี่ม้า
นอกจากจะสอนการขี่ม้าเบื้องต้นให้กับเด็กๆ แล้ว หากมีผู้ที่สนใจเรียนในขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางหรือเรียนเพื่อพัฒนาเป็นทีมชาติ หรือมืออาชีพต่อไป ที่นี่ครูหนุ่มมือดีระดับทีมชาติจากประเทศฟิลิปปินส์เป็นผู้ฝึกสอนให้
ส่วนสนนราคาในการเรียนนั้นอยู่เดือนละ 1,500 บาท (บวกกับอีก 500 บาทต่อครั้ง) รายปีตกปีละ 10,000 บาท ที่ตอนนี้ลดสุดๆ 20 เปอร์เซ็นต์ (บวกอีก 500 บาทต่อครั้งเช่นกัน) พิเศษด้วยโปรโมชั่นต้อนรับปิดเทอมด้วยการเรียนขี่ม้าได้ในชั่วโมงละ 900 บาทโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี
ในอนาคตอันใกล้โรงเรียนสอนขี่ม้าแห่งนี้นอกจากจะสอนเด็กๆ แล้ว ยังจะมีการรับม้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวสู่กลุ่มคนทำงาน หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ให้ความสนใจที่จะขี่ม้า หรือขี่ม้าเพื่อคลายเครียดอีกด้วย
หากสนใจสามารถเข้าไปพบกับโลกสนุกๆ ของการขี่ม้าที่ www.bangkoksaddleclub.com
สัมผัสดูแล้วจะรู้ว่า แค่ความสูงจากพื้นดินถึงหลังม้ากลับมีโลกเล็กๆ อีกใบซ่อนอยู่
เป็นโลกเงียบที่แอบตื่นเต้น เร้าใจ
เป็นโลกที่การส่งสารที่ต้องใช้ใจ ใช้ความรู้สึก สื่อถึงกัน ระหว่างคนกับม้า
เป็นเสน่ห์ที่ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง !!
|
|
© 2006 Bangkok Saddle Club Co., Ltd. All Rights Reserved.
Privacy Policy | Terms and Conditions |